unspecialgirl
อีกวันที่ผ่านไป...กับหนึ่งใจที่ยังเงียบเหงา

                บรรยากาศหลังฝนตกที่ปกคลุมอยู่ภายนอก  ทำให้ดูช่างหนาวเย็นยิ่งนัก  คงไม่มีใครปฏิเสธว่าอยากจะรีบเข้านอนและซุกตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่มที่แสนอบอุ่น  แต่ก็คงมีอีกหลายคนที่ไม่ชอบกับบรรยากาศเช่นนี้เอาเสียเลย  เพราะมันช่างสะท้อนจิตใจที่ถูกความเหงาเข้าครอบงำ  และยิ่งเป็นวันหยุดเช่นนี้แล้วหากจะต้องอยู่คนเดียวด้วยแล้วล่ะก็  มันคงเป็นอะไรที่เหงาใจยิ่งนัก  และริมระเบียงภายในห้องหนึ่งของคอนโดมิเนียมที่ตั้งสูงอยู่กลางเมืองหลวงที่มีผู้คนมากมายนี้  หญิงสาวเจ้าของห้องกำลังยืนเกาะกับราวระเบียง  และทอดสายตามองออกไปยังเบื้องหน้าที่ไม่ว่าจะมองไปทางใดก็มีแต่ตึกสูงอยู่รายรอบ  หญิงสาวยืนอยู่ที่ระเบียงอย่างนี้แทบทุกครั้งที่รู้สึกเหงา 

                เนตรนภา  วรารักษกุล  หรือ  เน้ส  หญิงสาวผิวสีแทน  ผมยาวประบ่า  ที่เข้ามาอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้เนื่องด้วยหน้าที่ของนักศึกษา  เป็นปีแรกที่เน้สกำลังศึกษาทางด้านกฎหมายในมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง  เน้สเป็นหญิงสาวช่างฝันและมีโลกส่วนตัวมากในระดับหนึ่ง  เน้สจึงชอบที่จะออกมายังริมระเบียงห้องอย่างนี้ทุกครั้งที่รู้สึกเหงา  หรือไม่ในบางครั้งเน้สมักจะออกไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้า   แต่วันนี้เน้สเลือกที่จะอยู่ในห้องอันแสนอุ่นของเธอ  เพราะฝนตกแต่เช้า   ถึงแม้เน้สจะเลือกแล้วว่าอยากอยู่ในห้องอุ่นๆของเธอ  แต่เธอก็ต้องตัดสินใจใหม่หลังได้ยินเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์

“คำถามก็คือเธออยากชอบคนไม่พิเศษ  ไม่ค่อยสวยงามดูบ้างไหม...” เน้สละสายตาจากเบื้องหน้าและรีบวิ่งไปยังโต๊ะอ่านหนังสือภายในห้องเพื่อรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเธอ 

“หวัดดีจ้า  ว่าไงจ๊ะยัยสอง”

“จ้า  แกทำไรอยู่อ่ะ  ชั้นเบื่อจัง  แกว่างไหม”

“อ้อ  ว่างสิ  แกจะชวนชั้นไปไหนล่ะ  อากาศเย็นๆอย่างนี้นี่”

“ไม่รู้สิ  แต่ชั้นเบื่อจัง  แกออกมาเจอชั้นหน่อยสิ  ตอนนี้ชั้นนั่งอยู่ที่ร้านนะ”

“อือๆ  งั้นรอก่อนนะเดี๋ยวชั้นเปลี่ยนชุดก่อน”

“แกรีบมาล่ะ”

“เออๆชั้นจะรีบละกัน  งั้นหวัดดีนะเดี๋ยวเจอกัน”

“อืม  หวัดดีจ๊ะ”

 

หลังจบการสนทนาหญิงสาวในชุดเสื้อยืดตัวหลวมกับกางเกงขาสั้นก็รีบไปเปลี่ยนเป็นเสื้อพอดีตัวกับกางเกงยีน  และไม่ลืมสวมเสื้อคลุมเพื่อปกป้องความเย็นจากข้างนอกที่จะมากระทบแขน  เน้สขึ้นไปยังสถานีรถไฟฟ้าที่อยู่หน้าคอนโดมิเนียมหลังจากที่วางสายสองไปเพียงไม่ถึงสิบห้านาที ความสะดวกที่มีรถไฟฟ้าผ่าน  ใกล้ทั้งห้างสรรพสินค้า  ทั้งมหาวิทยาลัย  และร้านกาแฟที่นัดหมาย  เน้สจึงมาถึงร้านกาแฟได้อย่างรวดเร็ว

เน้สเดินไปยังโต๊ะประจำด้านในสุดของร้าน  ซึ่งมีหญิงสาวในชุดเสื้อเชิ้ตขาวกับเกงยีนนั่งอยู่  นั่นก็คือสองนภา  ประเสริฐพงษ์รัตน์  เธอเป็นน้องหุ้นส่วนเจ้าของร้านกาแฟร้านนี้   นายแพทย์หนึ่งนที  ประเสริฐพงษ์รัตน์ หรือพี่หนึ่งที่เธอเรียกนี่ล่ะคุณหมอหนุ่มเจ้าของร้าน คอฟฟี่บ๊อก แห่งนี้

ร้าน คอฟฟี่บ๊อก  ถูกตกแต่งให้ดูสบายๆ  รู้สึกผ่อนคลาย  มีเจ้าเปียโนหลังไม่ใหญ่มากนักตั้งอยู่ใกล้กับริมกระจกที่คั่นอยู่ระหว่างนอกร้านกับภายในร้าน  เปียโนหลังนี้จะมีเพื่อนพี่หนึ่งซึ่งเป็นหุ้นส่วนร้านกับพี่หนึ่งเข้ามาเล่นบรรเลงเพลงให้ลูกค้าฟังเองอยู่เป็นประจำ  ค๊อฟฟี่บ๊อก เป็นร้านที่ไม่ได้ใหญ่นักสมกับความหมายของชื่อ  เป็นเสมือนกล่องสี่เหลี่ยมที่ตั้งอยู่  บนเนื้อที่สองคูหา  ถึงแม้ผู้คนไม่ค่อยวุ่นวายนัก  แต่ก็มีลูกค้าเข้ามาเรื่อยๆตลอดทั้งวัน และเพราะบรรยากาศเงียบ  มีเพลงบรรเลงเบาๆเปิดคลอกับบรรยากาศนี้เอง  ที่ลูกค้าหน้าใหม่มักจะเอ่ยชมเสมอๆ   จนกลายเป็นลูกค้าประจำของ ค๊อฟฟี่บ๊อก ไปเลย  และมักจะมีลูกค้าที่เป็นเพื่อนร่วมอาชีพกับเจ้าของร้านแวะเวียนมาเสมอๆทั้งรู้จักกันและไม่รู้จักกัน   ในทุกๆครั้งที่รู้สึกวุ่นวาย  ทั้งสองสาวก็เป็นหนึ่งในกลุ่มขาประประจำที่ชอบมานั่งร้านนี้เพื่อผ่อนคลายความรู้สึกเช่นกัน

“ไงสองนึกไงถึงเรียกชั้นออกมาล่ะ  อากาศข้างนอกเย็นจะตาย” 

“ก็ชั้นอยากให้แกมานั่งเหงาเป็นเพื่อนน่ะสิ  แต่ที่จริงน่ะชั้นอยากชวนแกไปเดินห้างหน่อย”

“จะไปซื้ออะไรอีกนี่  ชั้นล่ะหน้าวหนาวนะตอนนี้  ยังจะชวนไปเดินห้างฯอีก”  เน้สหันไปส่งค้อนวงเล็กให้กับเพื่อนสาว  แต่ถึงแม้ว่าอย่างไร  เน้สก็ไม่เคยปฏิเสธเพื่อนของเธอเลย  เช่นเดียวกับสองที่ไม่เคยปฏิเสธเน้สเลยเช่นกัน  ทั้งสองสนิทกันมากตั้งแต่ตอนอยู่มัธยมปลายแล้ว  แต่สองต้องย้ายมาเรียนยังเมืองหลวงเพราะครอบครัวของเธอทำธุรกิจอยู่ที่นี่  นั่นรวมถึงพี่หนึ่งซึ่งตอนนั้นพี่หนึ่งกำลังเรียนอยู่ชั้นปีสุดท้ายของคณะแพทยศาสตร์  สองกับพี่หนึ่งอายุห่างกันถึงหกปี  พี่หนึ่งจึงห่วงน้องสาวมาก  และนั่นเมื่อเน้สมาสนิทกับสอง  แรงห่วงและหวงน้องสาวของพี่หนึ่งจึงแผ่มาปกคลุมตัวเธอด้วย  ไม่ใช่เพราะพี่หนึ่งแอบชอบเน้สหรอกนะ  แต่เพราะพี่หนึ่งเห็นเน้สเป็นน้องสาวอีกคนด้วยจริงๆ และเน้สก็ไม่มีพี่ชาย  เน้สจึงเห็นพี่หนึ่งเป็นพี่ชายเช่นกัน ดังนั้นทั้งสามจึงค่อนข้างสนิทกัน

“แหมชั้นแค่อยากไปเดนเล่นบ้าง  นี่ก็เพิ่งจะสอบมดเทอมเสร็จ  จะได้หายเครียดไง”

“แล้วนี่พี่ชายสุดเลิฟแกไม่อยู่หรอ  ยังไม่เห็นเลย”

“อื่อ  วันนี้พี่หนึ่งเข้าเวรที่โรงพยาบาลอ่ะ “

“แล้วจะไปเดินแถวไหน”

“ไปสวนลุมไหม  ชั้นอยากเดินดูของ  ไม่ไปห้างก็ได้”

“อือๆ ก็ยังดีกว่าห้างละกัน  ไปเหอะ”

 

เน้สกับสองเดินออกจากร้านค๊อฟฟี่บ๊อกเรียกแท็กซี่ไปยังจุดหมายที่ทั้งสองตกลงกันไว้  สองเดินเข้าร้านนี้ออกร้านนั้นจนได้ของถูกใจไปหลายอย่าง  นั่นรวมถึงคนที่ไม่อยากจะออกจากห้องด้วย  เน้สกับสองเดินเที่ยวกันจนเมื่อยขาจนเกือบประมาณสามทุ่มทั้งสองจึงกลับไปยังค๊อฟฟี่บ๊อก 

“เฮ้อเหนื่อยจัง  แต่สนุกดี   อ้าวพี่หนึ่งออกเวรแล้วหรอ” สองทักทายพี่ชายที่ยีนอยู่หลังเคาน์เตอร์ของเครื่องบดกาแฟ

“อื้อ  ไปไหนมาล่ะน้องสาวทั้งสาว  แหมพอสอบเสร็จก็เตร่เลยนะ”  น้องสาวทั้งสาวหันไปยิ้มให้คุณหมอที่ยังอยู่ในชุดกาวน์สั้น

“สวัสดีค่ะพี่หนึ่ง  เน้สป่าวเตร่นะ  ก็น้องสาวพี่อ่ะโทรไปชวนเน้ส”  เน้สรีบอธิบายโยนความให้สองทันที

“อ้าว  ชั้นชวนก็จริงนะ  แต่ชั้นเห็นว่ามือแกตอนนี้นี่ได้ของก็เยอะไม่ได้ต่างกับชั้นเลยนะ” 

“แล้วนี่กินอะไรมาแล้วยัง  ไปบอกป้าน้อยสิถ้าอยากกินอะไร”  ป้าน้อยเป็นแม่ครัวของร้านนี้  เป็นพวกอาหารตามสั่ง   ค๊อฟฟี่บ๊อกเป็นร้านกาแฟก็จริง  แต่พี่หนึ่งเห็นว่าถ้าจะมีอาหารตามสั่งด้วยก็คงไม่แปลก

“ไม่เอาอ่ะ  เมื่อกี๊เน้สกับสองกินก๋วยจั๊บเจ้าอร่อยที่สวนลุมฯแล้ว  พี่หนึ่งล่ะกินอะไรแล้วยัง”

“พี่บอกป้าน้อยแล้วล่ะ  ข้าวผัดน้ำพริกปลาทู  สนป่าวล่ะ”

“หึๆ  อิ่ม

 

ทั้งสามเดินไปนั่งยังโต๊ะตัวเดิมกับเมื่อเย็น  เน้สไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินเลยในระหว่างที่อยู่กับพี่น้องคู่นี้  ตรงกันข้ามรู้สึกอบอุ่นซะอีกที่ได้อยู่กับทั้ง  ชีวิตที่มาอยู่เมืองหลวงตามลำพังทำให้เน้สโหยหาความอบอุ่นเช่นนี้เสมอเมื่อต้องอยู่คนเดียวที่ห้อง  แต่เน้สโชคดีที่มีครอบครัวของสองเป็นคนเติมความรู้สึกนั้นให้  ทุกคนในครอบครัวดีกับเน้สมาก  และครอบครัวของสองกับครอบครัวของเน้สก็รู้จักกันมานาน 

หลังจากที่พี่หนึ่งทานข้าวผัดน้ำพริกปลาทูจานโปรดเสร็จ  ก็ได้ขับรถไปส่งเน้สที่คอนโดมิเนียม  เน้สกล่าวขอบคุณพี่หนึ่งและลาเพื่อนสาวที่นั่งอยู่ภายในรถ  หลังจากนั้นก็ยืนมองรถเก๋งสีบรอนด์ทองค่อยๆแล่นออกไป  เน้สกลับเข้ามาถึงห้องก็สี่ทุ่มครึ่ง  ความเหงาได้กลับเข้ามาครอบงำจิตใจเช่นๆเคย  มันเป็นความเหงาที่รู้สึกคิดถึงใครบางคน  ซึ่งตอนนี้เค้าคงกำลังเข้าเวรอยู่  เค้าเป็นผู้ชายคนเดียวที่เน้สชอบมาตั้งแต่ตอนอยู่มัธยมปลาย  และตอนนี้เค้าก็กำลังเรียนอยู่ชั้นเอ็กซ์เทิร์นในคณะเดียวกันกับที่พี่หนึ่งจบมา  เป็นสองปีแล้วที่เน้สชอบพี่เค้าข้างเดียว  โดยที่พี่เค้าก็รับรู้ว่าเน้สชอบ  และเคยเห็นเน้สเพียงรูปถ่ายเท่านั้น

ตลอดระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา เน้สส่งข้อความไปให้พี่เค้าอย่างสม่ำเสมอ  ได้รับการตอบกลับมาบ้าง  ไม่ได้ตอบกลับมาบ้าง  แต่อย่างหลังดูท่าจะมากกว่า  มันอาจเป็นเพราะพี่เค้าไม่ค่อยว่าง  เรียนหนักทุกวันๆ  และที่สำคัญพี่เค้ายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเน้สคือใคร   ไม่เคยเห็นและรู้จักเน้สเลย  พี่เค้ารู้แค่เพียงว่าเน้สเป็นเพียงรุ่นน้องที่โรงเรียนเก่า 

เน้สกลับเข้าห้องวางของลงบนเตียงแล้วจึงเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่พาดอยู่บนราวตากผ้าหน้าห้องน้ำ  และเดินเข้าห้องน้ำไป  หญิงหายเข้าไปในนั้นนานกว่าครึ่งชั่วโมง  เพื่อให้สายน้ำอุ่นๆจากเครื่องทำน้ำอุ่นได้ชโลมร่างกายให้มีอุณหภูมิสูงขึ้นหน่อย  เพราะอากาศยามค่ำคืนของวันที่ฝนตกเช่นนี้ย่อมหนาวเย็นเป็นธรรมดา  เน้สเดินออกจากห้องน้ำในชุดนอนซึ่งเป็นเพียงเสื้อยืมตัวหลวมๆกับกางเลผ้าเนื้อนิ่ม  มาหยุดยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ของตู้เสื้อผ้า  แล้วจึงเดินต่อไปยังเครื่องเสียงชุดเล็กที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก  เสียงเพลงค่อยๆดังขึ้น

 

“ คนที่เหงาคนหนึ่ง นั้นรอใครที่จะเข้าใจ
มาเป็นเพื่อนดูหนัง เป็นเพื่อนฟังเพลงใกล้ๆ

แบ่งปันทุกข์และสุข พูดคุยยามที่เหนื่อยหัวใจ
แต่ว่าคนๆนั้น จะได้เจอกันวันไหน

มองปฏิทินที่เปลี่ยนเข้ามาใหม่ มองคนรักเขาเดินเคียงใกล้
ฉันคงได้แค่มอง อยู่ตรงนี้

ใครสักคนที่เกิดมาเพื่อผูกพัน ใครที่เกิดมาคู่กับฉัน
ใครคือคนนั้นช่วยมา บอกฉันที
ให้ใจที่หวั่นไหวได้พึ่งพิงสักที่ ให้รู้ว่าสักวันฉันจะเจอคนๆนี้
และใครที่รอคนนี้ มีจริงใช่ไหม…”*

 

 

 

 

*เพลง  ใคร  ของ  บอย โกสิยพงษ์

 

หญิงสาวชอบเพลงที่แต่งโดยเจ้าของเพลงๆนี้มากๆ  มันเป็นแง่มุมความรักที่ฟังแล้วมันโดนใจของใคร

หลายคน   และหนึ่งในนั้นก็คือเธอ  หลังจากเปิดเพลงเรียบร้อย  เน้สจึงเดินไปจัดเก็บของที่ตั้งอยู่บนเตียงของเธอ  เมื่อเก็บของเรียบร้อยแล้ว  เน้สจึงนอนอ่านนิตยาสารที่ซื้อมาเมื่อวานจนเน้สเริ่มรู้สึกง่วงนอน  เน้สก็เหลือบไปมองนาฬิกา

                “จะเที่ยงคืนแล้วหรอนี่”  เน้สจึงเดินไปปิดเครื่องเสียง  ปิดไฟ  และล้มตัวลงนอนบนเตียงนิ่มๆของเธออีกครั้ง  ในคืนนี้เน้สไม่ลืมที่จะส่งข้อความไปให้ใครบางคนที่เน้สทำเป็นประจำ อยู่เสมอๆ  สัปดาห์ละครั้งบ้าง  สองสัปดาห์ครั้งบ้าง  เพื่อไม่ให้ไปรบกวนใครบางคนมากไป

 

          I just want to say GoodnighT   ^^ take care your health na

 

                เมื่อส่งข้อความเรียบร้อย  เน้สก็เข้าสู่ห้วงนิทรารมย์ในห้องที่ถูกความมืดปกคลุมด้วยยามรัตติกาล  คืนนี้คงเป็นอีกคืนที่กำลังจะผ่านพ้นไป  ทั้งๆที่หัวใจยังคงคิดถึงใครบางคน ใครบางคน ที่ไม่ยอมเปิดใจรับเธอเสียที  ทั้งๆที่ใครบางคนคนนั้นก็ยังไม่มีใคร  พี่เค้าคงยังไม่อยากจะมีใครในตอนนี้  ในตอนที่กำลังเรียนอย่างหนักที่สุด  เพราะแค่เรื่องเรียนก็คงไม่มีเวลาพักผ่อนแล้ว  จะให้มีเวลามาสนใจหญิงสาวก็คงจะไม่ใช่เรื่องง่าย  เน้สไม่คิดที่จะหวังอะไรมากกว่านี้อีกแล้ว  เพราะแค่นี้ที่ได้รู้ว่ายังอยู่ในโลกใบเดียวกันกับพี่เค้า  เน้สก็พอใจแล้ว  แม้มันจะห่างไกลกันเพราะในตอนนี้ใครบางคนต้องออกต่างจังหวัดเพื่อเรียนในปีสุดท้ายที่นั่น  และมันก็ไม่ต่างอะไรกันกับเมื่อก่อนที่เน้สยังเรียนอยู่ต่างจังหวัด  และพี่เค้าก็เรียนอยู่ในเมืองแห่งนี้  สองปีแล้วสินะที่ผ่านไป

               

               

 

 

 

 

 

10:18 - 10 May 2007 - comments (1) - post comment

About Me


Links

Categories

Recent Entries
อีกวันที่ผ่านไป...กับหนึ่งใจที่ยังเงียบเหงา

Friends




Power By : BlogKa.com - Free Blog Hosting